วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ใบงานที่ 2 ตัวอย่างโครงงาน

1.ชื่อโครงงาน
     ⤿ห้องเรียนคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ  (Automatic computer classroom)

2.ประเภทของโครงงาน
     ⤿โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน

3.ความเป็นมาของโครงงาน
     ⤿ในขณะที่มีนักเรียนใช้ห้องคอมพิวเตอร์  มักจะมีการเปิดระบบไฟฟ้าใช้  และมีการใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างมากเช่นเครื่องปรับอากาศ พัดลม และหลอดไฟ และส่วนใหญ่นักเรียนมักจะเดินไปเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเองภายในห้องคอมพิวเตอร์   แต่ว่าหลังจากเรียนเสร็จหรือเลิกเรียนแล้วนักเรียนทุกคนมักจะลืมปิดอุปกรณ์ไฟไฟ จึงทำให้สิ้นเปลืองพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ และภายในห้องคอมพิวเตอร์ ยังมีอุปกรณ์ที่มีค่ามากมาย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการลักขโมยขึ้นได้ ดังนั้นกลุ่มของกระผมจึงคิดระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และอุณหภูมิ และกล้องตรวจจับ ขึ้นมา ซึ่งจะสามารถ เปิด-ปิด ไฟได้เองแบบอัตโนมัติเมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านรัศมีของเซ็นเซอร์ และตรวจวัดอุณหภูมิ ภายในห้องคอมพิวเตอร์   และจะสามารถปิดไฟได้เองเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวผ่านรัศมีของเซ็นเซอร์ หรือไม่มีคนอยู่ภายในห้องคอมพิวเตอร์   จึงทำให้ไม่สิ้นเปลืองพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้อาจารย์และนักเรียนในการเปิด – ปิดไฟอีกด้วย หรือหากมีการลักขโมยเกิดขึ้นก็จะมีกล้องตรวจจับภาพเพื่อป้องกันขโมยหรือบันทึกภาพของขโมยไว้ได้

4.ผลของโครงงาน    
      ⤿จากการดำเนินงานโครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่องห้องเรียนคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ  ทำให้ทราบว่าเราสามารถประยุกต์การใช้งานของ GogoBoard และโปรแกรมประยุกต์ Tinker : GogoBoard Status การสั่งานของระบบไฟฟ้าภายในห้องเรียนให้ทำงานอัตโนมัติ ตามที่เราได้ สั่งงานตามที่โปรแกรม ไว้เป็นอย่างดี

5.ประโยชน์ของโครงงาน    
      ⤿ช่วยให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า    
      ⤿เป็นตัวอย่างในระบบเปิด-ปิดไฟในบ้านยุคดิจิตอล  
      ⤿ป้องกันการลักขโมยของมีค่า  
      ⤿นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 
      ⤿นำแนวคิดนี้มาประยุกต์เพื่อใช้งานได้จริง


ที่มา : http://www.princess-it.org/ikkq3/?p=797

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ใบงานที่1 ประเภทของโครงงานฯ

ใบงานที่ 1 ประเภทของโครงงานฯ
1.ความหมายของโครงงานฯ
ตอบ  การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือหลายๆสิ่งที่อยากรู้คำตอบให้ลึกซึ้ง
หรือเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆให้มากขึ้นโดยใช้กระบวนการวิธีการที่ศึกษาอย่างมีระบบเป็นขั้นตอน
มีการวางแผนในการศึกษาอย่างละเอียด ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ จนได้ข้อสรุปหรือผลสรุปที่เป็นคำตอบในเรื่องนั้นๆ



2.โครงงานคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร
ตอบ   โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนสนใจ โดยนักเรียนจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ความรู้ กระบวนการทางวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว
3.ประเภทของโครงงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ 
1.โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

     ➤เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์  วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น  โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ

         
2.โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
         
    ➤ เป็นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นในรูปซอฟต์แวร์ ตัวอย่างของเครื่องมือช่วยงาน เช่น ซอฟต์แวร์วาดรูป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน ซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ เป็นต้น สำหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็นโปรแกรมประมวลผลภาษา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่าง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปได้โดยง่าย ซึ่งรูปที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่าง ๆ ได้มากมาย สำหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่าง ๆ ใช้สำหรับช่วยในการออกแบบสิ่งของต่าง ๆ เช่น โปรแกรมประเภท 3D
         
3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)

     ➤เป็นโครงงานใช้คอมพิวเตอร์ในการจำลองการทดลองของสาขาต่าง ๆ เป็นโครงงานที่ผู้ทำต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริงและแนวความคิดต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่องที่ต้องการศึกษา แล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจำลอง หลักการ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของสมการ สูตร หรือคำอธิบายก็ได้ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการจำลองทฤษฎีด้วยคอมพิวเตอร์ การทำโครงงานประเภทนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีความรู้เรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง เช่น การทดลองเรื่องการไหลของเหลว การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาอโรวาน่า ทฤษฎีการแบ่งแยกดีเอ็นเอ เป็นต้น

4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน(Application)

     ➤เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี ซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้นก็ได้ โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้น ๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้นักเรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจใช้วิธีทางวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาด้วย

5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)         
    
     ➤เป็นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้ และ/หรือ ความเพลิดเพลิน เช่น เกมหมากรุก เกมหมากฮอส เกมการคำนวณเลข ซึ่งเกมที่พัฒนาขึ้นนี้น่าจะเน้นให้เป็นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมองเพื่อฝึกคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่น เพื่อให้น่าสนใจเก่ผู้เล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผู้พัฒนาควรจะได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปและนำมาปรับปรุงหรือพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ป็นเกมที่แปลกใหม่ และน่าสนใจแก่ผู้เล่นกลุ่มต่าง ๆ

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่ง html(2)

สรุปคำสั่ง html(2)

ใส่ตาราง
<table>
<tr>td>................
<tr>td>................
<tr>td>................
<tr>td>................
<tr>td> </table>
ใส่ขอบตาราง
<table   width=..%  hight=..%  border=....  bgcolor="....." bordercolor="..." >

ใส่ภาพ
<img src "... .jpg">
เปลี่ยนขนาด
<img src "... .jpg" width=....  hight=..... >
ใส่ขอบ
<img src="....." border="..เลขขนาดขอบ.." border-color="...ใส่สี...">

ใส่วิดีโอ
1.เลือกวิดีโอyoutube
2.กดแชร์ - ฝัง
3.คัดลอกโค้ดมา
4.วางใส่ที่html

เชื่อมลิงค์
< a href="...ชื่อลิงค์ html ...."> <img src ="... .jpg></a>

ตัวเอียง
<i>ข้อความ</i>

ตัวเอียง
<em>ข้อความ</em>

ขีดเส้นใต้
<u>ข้อความ</u>

 ขนาดข้อความ
<font size="10">ข้อความ</font>

ภาพขยับ/เลื่อน
<marquee direction="left/right/up/down"><img src="...รูป..."></marquee> 

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2561

สรุปคำสั่ง html 1

สรุป HTML<1>
คำสั่งเริ่มต้น
<html>
<head>
<title>         </title>
</head>
<body>

</body>
</html>
ใส่ตัววิ่ง               <marquee direction = right/up/down/left scrolldelay = 1> …………</marquee>
copyright            &copy;
มากกว่า              &gt;
น้อยกว่า             &lt;
หาร                    &divide;
สกุลเยน             &yen;
สกุลยูโร             &euro;
ψ                        &psi;
θ                        &theta;
®                       &reg;
เว้นวรรค1ครั้ง    &nbsp;
ω                       &omega;
←                      &larr;
→                      &rarr;
↑                        &uarr;
∑                       &sum;
∩                       &cap;
≤                       &le;
≥                       &ge;
ใส่ขีดยาว          <p><hr>
ใส่ขีดสี              <p><hr width =100% color = yellow >
ตัวใหญ่             <h1>……..</h1>
ตัวหนา              <b>…..</b>
ขึ้นบรรทัดใหม่  <br>
สีbg                   <body bgcolor="…. ">  
สีฟอนต์             <font color ="…..">       </font>
ลักษณะฟอนต์  <font face =".......">        </font>
กึ่งกลาง            <center>           </center>
ใช้สัญลักษณ์หน้าข้อความ 
<ul type = "คำสั่ง"> ….ข้อความ.....

หัวข้อย่อย <li>….ข้อความ....

</ul>

คำสั่ง
วงกลมทึบ "disc"
วงกลมโปร่ง "circle"
สีเหลี่ยมทึบ "square"

ใส่เลขหน้าข้อ <ol type = "คำสั่ง " start=" ..เลขตัวเริ่ม... ">

<li>..........ข้อความ.......

</ol>

หรือ < ol > ....ข้อความ....

<li>..........ข้อความ.......

</ol>

คำสั่ง
Aตัวหน้า
A ………….
B……………
C……………
aตัวหน้า
a ………….
b……………
c……………
iตัวหน้า
i ………….
ii……………
iii……………
ปล่อยว่าง ตัวหน้า
1………….
2……………
3……………

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

HTML

HTML
         ย่อมาจาก HyperText Markup Language
         หมายถึง เป็นภาษาคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะเป็นภาษาในเชิง การบรรยายเอกสารไฮเปอร์มีเดีย (Hypermedia Document Description Language) เพื่อนำเสนอเอกสารนั้น เผยแพร่ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีโครงสร้างการเขียน ที่อาศัยตัวกำกับ เรียกว่า แท็ก (Tag) ควบคุมการแสดงผลของข้อความ, รูปภาพ หรือวัตถุอื่นๆ ผ่านโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ (Web Browser). 


รูปแบบการใช้คำสั่ง

Tag
     Tag เป็นลักษณะเฉพาะของภาษา HTML ใช้ในการระบุรูปแบบคำสั่ง หรือการลงรหัสคำสั่ง HTML ภายในเครื่องหมาย less-than bracket ( < ) และ greater-than bracket ( > ) โดยที่ Tag HTML แบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ
· Tag เดี่ยว
     เป็น Tag ที่ไม่ต้องมีการปิดรหัส เช่น <P>, <BR> เป็นต้น
· Tag คู่     เป็น Tag ที่ประกอบด้วย Tag เปิด และ Tag ปิด โดย Tag ปิด จะมีเครื่องหมาย slash ( / ) นำหน้าคำสั่งใน Tag นั้นๆ เช่น <B>…</B>, <BLINK>…</BLINK> เป็นต้น

โครงสร้างเอกสาร HTML
     ไฟล์เอกสาร HTML ประกอบด้วยส่วนประกอบสองส่วนคือ Head กับ Body โดยสามารถเปรียบเทียบได้ง่ายๆ ก็คือ ส่วน Head จะคล้ายกับส่วนที่เป็น Header ของหน้าเอกสารทั่วไป หรือบรรทัด Title ของหน้าต่างการทำงานในระบบ Windows สำหรับส่วน Body จะเป็นส่วนเนื้อหาของเอกสารนั้นๆ โดยทั้งสองส่วนจะอยู่ภายใน Tag <HTML>…</HTML>



     การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา HTML จะมีโครงสร้างหลักและการจัดวางคำสั่งหลักที่เป็นมาตรฐานเหมือนกันทั่วโลก โดยจะประกอบด้วยคำสั่งหลัก ๆ อยู่ 4 คำสั่งด้วยกันดังนี้

1. <HTML>……….</HTML> เป็นคำสั่งหลักที่ทำหน้าที่บอกจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเอกสาร HTML

2. <HEAD>……….</HEAD> เป็นคำสั่งที่ทำหน้าที่กำหนดส่วนหัวเรื่อง

3. <TITLE>……….</TITLE>เป็นคำสั่งที่ใช้กำหนดข้อความที่ต้องการนำมาแสดงผลบนแถบ Title bar คำสั่งนี้จะอยู่ภายในคำสั่งส่วน <HEAD>……….</HEAD> โดยกำหนดความยาวของตัวอักษรไม่เกิน 64 ตัวอักษร

4. <BODY>……….</BODY>เป็นคำสั่งที่กำหนดข้อความและรูปแบบของคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับปรับแต่งเอกสารที่จะนำเสนอออกทางจอภาพ


คำสั่งพื้นฐาน

ภาษา htmlคำอธิบาย
<HTML></HTML>คำสั่ง<HTML>คือคำสั่งเริ่มต้นในการเขียนโปรแกรม
 HTML และมีคำสั่ง</HTML>เพื่อบอกจุดสิ้นสุดโปรแกรม
<HEAD></HEAD>คำสั่ง<HEAD>คือคำสั่งบอกส่วนที่เป็นชื่อเรื่อง โดยมีคำสั่งย่อย
<TITLE>อยู่ภายใน
<TITLE></TITLE>คำสั่ง<TITLE>คือคำสั่งบอกชื่อเรื่อง จะไปปรากฏที่ Title Bar
<!-- ข้อความ >คำสั่ง หมายเหตุ ใช้อธิบายความหมาย ขื่อผู้เขียนโปรแกรม และอื่นๆ
<br>คำสั่งขึ้นบรรทัดใหม่
<p></p>คำสั่งย่อหน้าใหม่
<hr width="50%" size = "3">คำสั่ง ตีเส้น, กำหนดขนาดเส้น
<IMG SRC = "PHOTO.GIF">คำสั่งแสดงรูปภาพชื่อ Photo.gif
<CENTER>ข้อความ </CENTER>คำสั่งจัดให้ข้อความอยู่กึ่งกลาง
<TITLE></TITLE>คำสั่ง<TITLE>คือคำสั่งบอกชื่อเรื่อง จะไปปรากฏที่ Title Bar
<BODY> </BODY>คำสั่ง<BODY>คือคำสั่งบอกส่วนเนื้อเรื่อง ที่จะถูกแสดงผลในเว็บบราวเซอร์
 ประกอบด้วยรูปภาพ ตัวอักษร ตาราง เป็นต้น

รูปแบบการใช้ Font
<html>
<head>
<title>โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม</title>
</head>
<body>
<font face="angsanaUPC"><b>สวัสดี<br></b></font>
<font face="jasmineUPC"><i>สวัสดี<br></i></font>
<font face="IrisUPC"><u>สวัสดี<br></u></font>
<font Size=7><s>สวัสดดี<br></font></s>
<font Color=red><font size=9>สวัสดี<br></font></font>
<body>
</html>

รูปแบบตัวอักษร ภาษา HTML
ภาษา html

คำอธิบาย

<font size = "3">ข้อความ</font>ขนาดตัวอักษร
<font color = "red">ข้อความ</font>สีตัวอักษร หรืออาจจะกำหนดเป็นโค๊ดสีก็ได้
<font face = "Arial">ข้อความ</font>รูปแบบตัวอักษร
<h5>ข้อความ </h5>กำหนดขนาดตัวอักษร เริ่มที่ h1 ขนาดเล็กสุด
ถึง h5 ขนาดใหญ่สุด
<besefont size = "2">ข้อความ </font>กำหนดค่าเริ่มต้นของขนาดตัวอักษร
<b>ข้อความ</b>ตัวอักษรหนา
<i>ข้อความ</i>ตัวอักษเอน
<u>ข้อความ</u>ขีดเส้นใต้ตัวอักษร
<div align="left">ข้อความ</div>เป็นคำสั่งที่ใช้สั่งข้อความชิดซ้าย
<div align="right">ข้อความ</div>เป็นคำสั่งที่ใช้สั่งข้อความชิดขวา
<sup>ข้อความ</sup>เป็นคำสั่งที่ใช้สั่งข้อความเป็นตัวยก
<SUB>ข้อความ</SUB>เป็นคำสั่งที่ใช้สั่งข้อความเป็นตัวห้อย
<tt>ข้อความ</tt>ตัวอักษรแบบพิม์ดีด
หมายเหตุ เราสามารถใช้คำสั่งกำหนดรูปแบบตัวอักษรหลายๆรูปแบบ
ได้ เช่น <font face = "Arial" size = "3" color = "red"
< <ข้อความ /font< เป็นต้น

วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ภาษาคอมพิวเตอร์

ภาษาคอมพิวเตอร์
           ↠ หมายถึง ภาษาใด ๆ ที่ผู้ใช้งานใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์ด้วยกัน แล้วคอมพิวเตอร์สามารถทำงานตามคำสั่งนั้นได้ คำนี้มักใช้เรียกแทนภาษาโปรแกรม แต่ความเป็นจริงภาษาโปรแกรมคือส่วนหนึ่งของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น และมีภาษาอื่น ๆ ที่เป็นภาษาคอมพิวเตอร์เช่นกัน
            

           ↠ระดับภาษาคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ ภาษาระดับสูง (high level) และภาษาระดับต่ำ (low level)
             
   ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language) เป็นภาษาที่มนุษย์ทำความเข้าใจได้ยาก ส่วนใหญ่ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ และฮาร์ดแวร์เป็นอย่างดีจึงจะสามารถเขียนโปรแกรมสั่งงานได้มีข้อดีในส่วนที่เขียนโปรแกรมควบคุมอาร์ดาแวร์แต่ละส่วนได้โดยตรงจึงทำงานได้เร็ว แต่ไม่เหมาะที่จะใช้ในการพัฒนาโปรแกรม ตัวอย่างของภาษาระดับต่ำได้แก่ ภาษาเครื่อง (Machine Language) และภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language).


ภาษาเครื่อง


ภาษาแอสเซมบลี

                ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ง่าย มีลักษณะของ
การใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษซึ่งใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานจะต้องมีการแปลความหมายของคำสั่งโดยใช้ตัวแปลภาษาทีละชุดคำสั่งที่เรียกว่า Interpreterหรือแปลครั้งเดียวทั้งโปรแกรมที่เรียกว่า Compiler.
          



ภาษา cobol


ภาษา html

แหล่งอ้างอิง
https://th.wikipedia.org/
http://boonraong.blogspot.com/
www.krui3.com

ใบงานที่ 2 ตัวอย่างโครงงาน

1.ชื่อโครงงาน       ⤿ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ  ( Automatic computer classroom) 2.ประเภทของโครงงาน       ⤿ โครงงานประเภทการป...